อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างในปี 2569 ของประเทศไทยคาดการณ์ว่าจะเผชิญกับการหดตัวในระดับปานกลาง โดยมูลค่าการก่อสร้างโดยรวมอยู่ที่ 1.41 ล้านล้านบาท ในขณะที่ความต้องการวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยตามภาวะอ่อนแอของตลาดที่อยู่อาศัย ผู้ประกอบการในภาคนี้จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจทิศทางของตลาด แนวโน้มวัสดุ ราคา และความท้าทายที่รออยู่ เพื่อปรับตัวและวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้าง
ตลาดวัสดุก่อสร้างในปี 2569 จะสะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรมการก่อสร้างที่ชะลอตัว การหดตัวนี้ไม่ได้หมายความว่าตลาดจะหยุดนิ่ง แต่เป็นการปรับสมดุลตามสภาวะเศรษฐกิจและความต้องการที่แท้จริงในแต่ละภาคส่วน
สถานการณ์ตลาดและมูลค่าเศรษฐกิจ
มูลค่าการก่อสร้างโดยรวมในปี 2569 ประมาณการไว้ที่ 1.41 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและการดำเนินนโยบายภาครัฐ ภาวะตลาดที่อยู่อาศัยที่อ่อนแอเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อความต้องการวัสดุก่อสร้างโดยรวม
วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอุตสาหกรรมมีความสำคัญอย่างมากในการสร้างโครงสร้างที่แข็งแรงและทนทาน ซึ่งรวมถึงวัสดุต่าง ๆ เช่น เหล็ก คอนกรีต และวัสดุผสมอื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้าง หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง สามารถอ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่นี่ วัสดุในการก่อสร้างอุตสาหกรรม
แนวโน้มการใช้งานวัสดุหลัก
การเปลี่ยนแปลงในตลาดวัสดุก่อสร้างสังเกตได้จากปริมาณการใช้งานวัสดุบางประเภทที่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม การทำความเข้าใจแนวโน้มเหล่านี้ช่วยให้ผู้เล่นในตลาดคาดการณ์ความต้องการและวางแผนการผลิตหรือจัดหาได้อย่างแม่นยำ
เหล็กเส้น (Long Steel)
ปริมาณการใช้งานเหล็กเส้นในปี 2569 คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 6.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.5 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การเพิ่มขึ้นนี้อาจเกิดจากการดำเนินโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานบางส่วน และการซ่อมแซมอาคารจำนวนมาก
เหล็กแผ่น (Flat Steel)
สำหรับเหล็กแผ่น ปริมาณการใช้งานคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 10.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การใช้งานเหล็กแผ่นมีความหลากหลาย ตั้งแต่การผลิตเครื่องจักร อุปกรณ์ ไปจนถึงโครงสร้างอาคารขนาดเล็ก
ปูนซีเมนต์ (Cement)
ปริมาณการใช้งานปูนซีเมนต์คาดว่าจะทรงตัวเมื่อเทียบกับปี 2568 โดยอยู่ที่ประมาณ 36.1 ล้านตัน ปูนซีเมนต์ยังคงเป็นวัสดุพื้นฐานสำคัญสำหรับงานก่อสร้างทุกประเภท แม้ตลาดจะมีความผันผวน การใช้งานปูนซีเมนต์จึงมักสะท้อนถึงภาพรวมของการก่อสร้างในระยะยาว
สีทาอาคาร (Paint Market)
ตลาดสีทาอาคารคาดว่าจะมีการหดตัวร้อยละ 2.4 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การลดลงนี้เป็นผลโดยตรงมาจากการใช้งานที่ลดน้อยลงในภาคที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นตลาดหลักของผลิตภัณฑ์สี
กระเบื้อง (Tiles)
ในส่วนของกระเบื้อง คาดการณ์ว่าราคาจะลดลงร้อยละ 2.0 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่ประมาณ 147 บาทต่อตารางเมตร ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคากระเบื้องคือ การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นจากจีน เวียดนาม และอินเดีย เนื่องจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ส่งผลให้ประเทศเหล่านี้หาตลาดส่งออกใหม่
แนวโน้มราคาวัสดุ
ราคาวัสดุก่อสร้างโดยรวมในปี 2569 มีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าช่วงก่อนปี 2565 การปรับลดราคาเหล่านี้ได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานที่มีแนวโน้มลดลง
ราคาปูนซีเมนต์
ราคาปูนซีเมนต์คาดว่าจะลดลงร้อยละ 2.4 สู่ระดับประมาณ 1.77 พันบาทต่อตัน การลดลงนี้อาจสะท้อนถึงต้นทุนการผลิตที่ลดลง หรือการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาด
การเคลื่อนไหวของราคาเหล็ก กระเบื้อง และสี
ราคาเหล็ก กระเบื้อง และสี มีแนวโน้มปรับลดลง การลดลงของราคาเหล่านี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับต้นทุนพลังงานที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตและขนส่งวัสดุเหล่านี้
นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่
บริษัทต่างๆ ในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างได้มีการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และสามารถสร้างความแตกต่างในการแข่งขัน
ผลิตภัณฑ์ใหม่จาก DRT
บริษัท DRT ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในปี 2569 ได้แก่ ไม้สังเคราะห์ (Diamond XTruShield WPC) วัสดุฉนวนกันความร้อน (AIR COOL) หลังคาป้องกันรังสียูวี (AIROOF) บล็อกน้ำหนักเบา (DIAMOND MAX BLOCK) พื้น SPC และกระเบื้องเซรามิก (Emerald) นวัตกรรมเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการใช้งาน ความทนทาน และการประหยัดพลังงาน
วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การให้ความสำคัญกับวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงานกำลังเป็นกระแสหลัก ผู้บริโภคจำนวนมากมีความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด
วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ
การพัฒนาวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ และการส่งเสริมมาตรฐานอาคารสีเขียว (Green Building Standards) เป็นวิสัยทัศน์ที่สำคัญสำหรับอนาคตของอุตสาหกรรม ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอุตสาหกรรมมีความหลากหลายและสำคัญต่อการสร้างโครงสร้างที่แข็งแรงและทนทาน หนึ่งในวัสดุที่มักถูกนำมาใช้คือคอนกรีต ซึ่งสามารถปรับปรุงคุณสมบัติได้ด้วยการใช้สารเติมแต่งต่าง ๆ หากคุณสนใจในรายละเอียดเกี่ยวกับสารเติมแต่งคอนกรีต สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ที่นี่ ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจถึงการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมในการก่อสร้างได้ดียิ่งขึ้น
ความท้าทายในตลาด
แม้จะมีโอกาสและนวัตกรรม อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ การทำความเข้าใจความท้าทายเหล่านี้เป็นกุญแจสำคัญในการวางแผนรับมือ
ต้นทุนวัสดุที่สูง
แม้ราคาวัสดุจะมีการปรับลดลง แต่ต้นทุนโดยรวมยังคงอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับระยะเวลาก่อนปี 2565 ปัจจัยนี้ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนในโครงการก่อสร้าง
การขาดแคลนแรงงาน
ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญ การหาแรงงานที่มีทักษะเพียงพอต่อความต้องการเป็นเรื่องที่ยากขึ้น
การแข่งขันจากผู้รับเหมาจีน
การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากผู้รับเหมาชาวจีนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในประเทศ ทั้งในด้านราคาและเทคนิคการทำงาน
ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง
ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองส่งผลกระทบโดยตรงต่อระยะเวลาของโครงการ แม้โครงการจะได้รับการอนุมัติ แต่ความล่าช้าที่เกิดจากปัจจัยภายนอกอาจทำให้ต้นทุนผันผวน
ภาวะตลาดที่อยู่อาศัยอ่อนแอ
การชะลอตัวของตลาดที่อยู่อาศัยส่งผลโดยตรงต่อความต้องการวัสดุก่อสร้างบางประเภท โดยเฉพาะวัสดุที่ใช้ในโครงการบ้านและคอนโดมิเนียม
โอกาสในการเติบโต
ท่ามกลางความท้าทาย ยังมีโอกาสสำคัญในการเติบโตสำหรับอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงและความต้องการของตลาด
ความต้องการวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ผู้บริโภคมีความต้องการวัสดุที่ช่วยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสในการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์นี้
การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้
การนำเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัยมาปรับใช้ สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนแรงงาน และยกระดับคุณภาพของงานก่อสร้าง ซึ่งเป็นแนวโน้มสำคัญในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้ก้าวทันโลก
FAQs
วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอุตสาหกรรมมีอะไรบ้าง?
วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอุตสาหกรรมหลักๆ ได้แก่ เหล็กโครงสร้าง คอนกรีต เหล็กกล้า ไม้ และวัสดุสังเคราะห์ เช่น พลาสติกและไฟเบอร์กลาส ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงการและความต้องการเฉพาะด้าน
ทำไมเหล็กจึงเป็นวัสดุที่นิยมใช้ในการก่อสร้างอุตสาหกรรม?
เหล็กมีความแข็งแรงสูง ทนทานต่อแรงดึงและแรงกด สามารถรับน้ำหนักได้มาก และมีความยืดหยุ่นในการออกแบบ นอกจากนี้ยังง่ายต่อการประกอบและซ่อมแซม
คอนกรีตมีบทบาทอย่างไรในการก่อสร้างอุตสาหกรรม?
คอนกรีตเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงและทนทานต่อแรงกดสูง ใช้สำหรับฐานราก เสา พื้น และผนังในโครงสร้างอุตสาหกรรม ช่วยเพิ่มความมั่นคงและความปลอดภัยของอาคาร
วัสดุสังเคราะห์มีข้อดีอย่างไรในการก่อสร้างอุตสาหกรรม?
วัสดุสังเคราะห์ เช่น พลาสติกและไฟเบอร์กลาส มีน้ำหนักเบา ทนทานต่อการกัดกร่อน และสามารถออกแบบให้มีคุณสมบัติเฉพาะตามความต้องการ เช่น ความทนทานต่อสารเคมีหรือความยืดหยุ่นสูง
การเลือกวัสดุก่อสร้างอุตสาหกรรมควรพิจารณาปัจจัยใดบ้าง?
ควรพิจารณาความแข็งแรง ความทนทานต่อสภาพแวดล้อม ความปลอดภัย งบประมาณ และความเหมาะสมกับลักษณะงาน รวมถึงการบำรุงรักษาและอายุการใช้งานของวัสดุนั้นๆ

